ปัจจุบันคนที่ชอบกัดเล็บไม่ได้มีเฉพาะในเด็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่ก็ยังมี
รวมแล้วทั้งเด็กและผู้ใหญ่นิยมที่จะกัดเล็บตัวเองมีจำนวนมากกว่า 600 ล้านคน (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ) และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง บางคนนิยมกัดเล็บเท้าของตัวเองด้วย ฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นความจริง
โรคกัดเล็บ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Nail Biting มีชื่อในทางการแพทย์ว่า Chronic Onychophagia นั้น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากความเครียด ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังบ่งบอกให้เห็นว่าคนๆ นั้นเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ขี้อาย และ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ถ้าอาการรุนแรงมากอาจจะต้องไปพบจิตแพทย์ แต่ส่วนใหญ่โรคนี้รักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยา แต่ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ อาทิ ยารักษาอาการของโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคจิตเวช ยากลุ่มวิตามินบี การสะกดจิต หรือที่เป็นนิยมอยู่ขณะนี้ในประเทศฮอลแลนด์คือ การใช้ที่ครอบฟัน แบบใส ครอบทั้งฟันล่างและฟันบน ที่สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร ตัวครอบฟันจะป้องกันการติดเชื้อโรคจากการกัดเล็บ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย หรือน้ำลายในปากจะกัดผิวหนัง และเยื่อบุเล็บทำให้เกิดแผลที่ผิวหนัง และติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย
วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552
9 วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้ระบบ Wireless ของคุณ
ลองมาดู 9 วิธีง่ายๆ ในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ Wireless LAN ของคุณกันดีไหมครับ
1. เปลี่ยน username และ password admin ของตัวอุปกรณ์คุณจากค่ามาตรฐาน
ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้วตัวอุปกรณ์ที่เราใช้ในการกระจายสัญญาณไร้สายคงจะหนีไม่พ้นตัว all-in-one ที่มีทั้ง ADSL router+Switch+Access Point ครบในตัว หรือบางคนอาจจะใช้เป็นแบบ Wireless Router เพราะว่ามีโมเด็มอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจจะใช้เป็น Wireless Access Point เพียวๆ ไปเลย ซึ่งในการเซ็ตอัพอุปกรณ์ต่างๆ ที่กล่าวมาเหล่านี้นั้น ทางผู้ผลิตตัวอุปกรณ์จะให้ทำการเซ็ตอัพผ่านหน้าเว็บซึ่งจะต้องมีการใส่ชื่อและรหัส (username&password) ก่อนที่จะทำการเข้าไปเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ [คำไม่พึงประสงค์] username และ password ที่ว่านี่แหละครับ ที่ควรจะทำการเปลี่ยนไปจากค่าที่โรงงานตั้งให้ เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ Hacker จะเจาะระบบก็จะใช้ default username และ default password เหล่านี้แหละครับในการลองผิดลองถูกเป็นอันดับแรก? …. แล้วคุณหละ เปลี่ยนหรือยัง?
2. เปิดฟังก์ชั่นการเข้ารหัสแบบ WPA/WEP
ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไรก็ตามครับจะต้องมีการเข้าหรัส (encryption) ซึ่งโดยหลักการง่ายๆ ก็คือว่าข้อมูลที่ถูกส่งไปมาอยู่บนอากาศนั้นจะถูกเข้าหรัสก่อนเพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่ไม่หวังดีขโมยข้อมูลไปซึ่งก็จะเป็นข้อมูลที่อ่านไม่รู้เรื่องเพราะโดนเข้ารหัสไว้ ดังนั้นคุณก็ควรที่จะทำการเข้ารหัสที่ว่านี้ไว้ด้วยนะครับ ซึ่งในทุกๆ ครั้งเมื่อเราต้องการที่จะทำการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สาย เราก็จะต้องทำการใส่รหัสที่ว่านี้ด้วยครับ หรือถ้าเรามีการบันทึกไว้ที่เครื่องของเราอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่รหัสที่ว่านี้ครับ อ้อ … ผมแนะนำให้ใช้เป็นแบบ WPA นะครับ จะปลอดภัยกว่า WEP
3. เปลี่ยนค่า SSID จากค่ามาตรฐาน
SSID ย่อมาจากคำว่า Service Set Identify หรือบ้านเราก็เรียกกันง่ายๆ ว่าชื่อเสา wireless นั่นแหละครับ ซึ่งโดยปกติแล้วค่าปกติของชื่อนี้จะถูกเรียกตามชื่อของยี่ห้อสินค้าครับ เช่น NETGEAR ก็จะตั้ง SSID ของอุปกรณ์ทุกตัวว่า NETGEAR เช่นเดียวกัน จริงอยู่ครับที่การรู้ชื่อ SSID นั้นไม่ได้หมายความว่าใครก็ตามจะเจาะเข้ามาใช้ระบบคุณได้ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นครับ! เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครบางคนค้นหาและเจอ default SSID เค้าจะเห็นได้ทันทีว่าระบบของคุณเป็นระบบที่หละหลวมและอาจจะง่ายต่อการเจาะระบบไงหละครับ … เปลี่ยนมันเถอะครับ ดีกว่า
4. เปิดฟังก์ชั่น MAC Address Access Control
อุปกรณ์แต่ละตัวที่มีระบบ IP จะต้องมีหมายเลขอยู่หนึ่งชุดที่ใช้ในการระบุตัวตน ภาษาอย่างเป็นทางการเค้าจะเรียกว่า “MAC Address” หรือบางคนอาจจะเรียกว่า “Hardware Address” หรือ “Physical Address” ก็ได้นะครับ ซึ่งในอุปรณ์ wireless จำพวก All-in-One, Wireless Router หรือ Wireless Access Point จะมีฟังก์ชั่นสำหรับตรวจสอบหมายเลข MAC Address ดังกล่าวว่า เพื่อที่จะอนุญาติให้เฉพาะหมายเลขที่เราต้องการ ใช้งานระบบเครือข่ายของเราได้ …. ฟังก์ชั่นนี้แหละครับที่เค้าเรียกว่า MAC Address Access Control ซึ่งถ้าเราเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้ เราก็จะสามารถสร้างความปลอดภัยได้เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดฟังก์ชั่น WPA/WEP Encryption ไงหละครับ
5. ปิดฟังก์ชั่นการกระจายสัญญาณค่า SSID (SSID Broadcast)
จำได้ใช่ไหมครับว่า SSID มันคือชื่อของเสาสัญญาณไร้สายนั่นเอง ซึ่งถ้าเราปิดฟังก์ชั่นการกระจายค่า SSID แล้วหละก็ เวลาที่ใครเค้าค้นหาเสาสัญญาณก็จะไม่เห็น SSID ของเรายังไงหละครับ และถ้าเวลาที่เราการเชื่อมต่อ ก็เพียงแต่ให้เรากรอกค่า SSID ที่เราได้เซ็ตอัพไว้เท่านั้นแหละครับ วิธีนี้ก็ถือเป็นวิธีที่ดีอีกหนึ่งวิธีครับ
6. ใช้ Static IP แทน Automatic IP ให้กับอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย
ระบบเครื่อข่ายทั่วไปโดยปกติแล้วจะใช้ระบบ automatic IP โดยมีตัว DHCP เป็นตัวจ่าย IP ไปให้กับเครื่องทุกเครื่องในระบบ แต่โชคร้ายที่ฟังก์ชั่นนี้จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้จู่โจมระบบของคุณไงครับ เพราะเพียงแค่เชื่อมต่อเข้ามาได้แล้วก็ได้รับ IP ไปง่ายๆ สบายอุราเลย ดังนั้น ถ้าเครื่องในระบบเครื่อข่ายไม่เยอะนัก การใช้ static IP ก็น่าจะทำให้ระบบมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับนะครับ
7. วางตัว Wireless Router หรือ Access Point ให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย
หลายคนอาจจะงงว่ามันเกี่ยวกันด้วยเหรอ? ลองฟังคำตอบดูนะครับ …
ในปัจจุบันนี้ระยะทางของสัญญาณไร้สายจะครอบคลุมได้ในระดับนึงใช่ไหมครับ ดังนั้นหากว่าเราวางตัวอุปรณ์ไว้ไกล้ๆ หน้าต่างหรือประตูบ้านแล้วหละก็ คนทั่วๆ ไปที่อยู่ตามท้องถนนหรืออยู่ข้างบ้านของคุณก็อาจจะค้นหาสัญญาณไร้สายของคุณเจอและพยายามทำการเชื่อมต่อเข้ามา แต่ถ้าเราเอาตัวอุปกรณ์กระจายสัญญาณไปวางไว้ในจุดกึ่งกลางของพื้นที่ที่เราต้องการ คนที่อยู่นอกบ้านเราอาจจะเห็นสัญญาณอ่อนๆ หรือแทบจะไม่มีสัญญาณเลยไงหละครับ นี่จึงเป็นอีกวิธีที่จะทำให้ระบบเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ Wireless Access Point สำหรับ Business Series นะครับ เค้าจะมีฟังก์ชั่น Adjust Power Transmition?ติดมาด้วยครับ ซึ่งเราสามารถเซ็ตได้เลยแหละว่าจะให้ปล่อยสัญญาณความแรงขนาดไหน เช่น?100%, 75%, 50% หรือ 25% เป็นต้น
8. ปิดระบบต่างๆ ถ้าไม่ได้ใช้นาน
แน่นอนที่สุดครับ ถ้าเราไม่ได้ใช้ก็ปิดมันซะ … แล้วใครจะมา hack ได้หละ ในเมื่อเราปิดมัน กั๊กๆๆ
9. สุดท้ายก็คือต้องทำตามทั้ง 8 ข้อที่บอกมาครับ
อาจจะไม่ต้องทั้งหมด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเราเอง ซึ่งก็แน่นอนแหละครับ เมื่อระบบความปลอดภัยมากขึ้น ความยุ่งยากต่างๆ ก็ต้องตามมาด้วย เป็นเรื่องปกติครับ ต้องเลือกเอา …
1. เปลี่ยน username และ password admin ของตัวอุปกรณ์คุณจากค่ามาตรฐาน
ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้วตัวอุปกรณ์ที่เราใช้ในการกระจายสัญญาณไร้สายคงจะหนีไม่พ้นตัว all-in-one ที่มีทั้ง ADSL router+Switch+Access Point ครบในตัว หรือบางคนอาจจะใช้เป็นแบบ Wireless Router เพราะว่ามีโมเด็มอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจจะใช้เป็น Wireless Access Point เพียวๆ ไปเลย ซึ่งในการเซ็ตอัพอุปกรณ์ต่างๆ ที่กล่าวมาเหล่านี้นั้น ทางผู้ผลิตตัวอุปกรณ์จะให้ทำการเซ็ตอัพผ่านหน้าเว็บซึ่งจะต้องมีการใส่ชื่อและรหัส (username&password) ก่อนที่จะทำการเข้าไปเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ [คำไม่พึงประสงค์] username และ password ที่ว่านี่แหละครับ ที่ควรจะทำการเปลี่ยนไปจากค่าที่โรงงานตั้งให้ เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ Hacker จะเจาะระบบก็จะใช้ default username และ default password เหล่านี้แหละครับในการลองผิดลองถูกเป็นอันดับแรก? …. แล้วคุณหละ เปลี่ยนหรือยัง?
2. เปิดฟังก์ชั่นการเข้ารหัสแบบ WPA/WEP
ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไรก็ตามครับจะต้องมีการเข้าหรัส (encryption) ซึ่งโดยหลักการง่ายๆ ก็คือว่าข้อมูลที่ถูกส่งไปมาอยู่บนอากาศนั้นจะถูกเข้าหรัสก่อนเพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่ไม่หวังดีขโมยข้อมูลไปซึ่งก็จะเป็นข้อมูลที่อ่านไม่รู้เรื่องเพราะโดนเข้ารหัสไว้ ดังนั้นคุณก็ควรที่จะทำการเข้ารหัสที่ว่านี้ไว้ด้วยนะครับ ซึ่งในทุกๆ ครั้งเมื่อเราต้องการที่จะทำการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สาย เราก็จะต้องทำการใส่รหัสที่ว่านี้ด้วยครับ หรือถ้าเรามีการบันทึกไว้ที่เครื่องของเราอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่รหัสที่ว่านี้ครับ อ้อ … ผมแนะนำให้ใช้เป็นแบบ WPA นะครับ จะปลอดภัยกว่า WEP
3. เปลี่ยนค่า SSID จากค่ามาตรฐาน
SSID ย่อมาจากคำว่า Service Set Identify หรือบ้านเราก็เรียกกันง่ายๆ ว่าชื่อเสา wireless นั่นแหละครับ ซึ่งโดยปกติแล้วค่าปกติของชื่อนี้จะถูกเรียกตามชื่อของยี่ห้อสินค้าครับ เช่น NETGEAR ก็จะตั้ง SSID ของอุปกรณ์ทุกตัวว่า NETGEAR เช่นเดียวกัน จริงอยู่ครับที่การรู้ชื่อ SSID นั้นไม่ได้หมายความว่าใครก็ตามจะเจาะเข้ามาใช้ระบบคุณได้ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นครับ! เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครบางคนค้นหาและเจอ default SSID เค้าจะเห็นได้ทันทีว่าระบบของคุณเป็นระบบที่หละหลวมและอาจจะง่ายต่อการเจาะระบบไงหละครับ … เปลี่ยนมันเถอะครับ ดีกว่า
4. เปิดฟังก์ชั่น MAC Address Access Control
อุปกรณ์แต่ละตัวที่มีระบบ IP จะต้องมีหมายเลขอยู่หนึ่งชุดที่ใช้ในการระบุตัวตน ภาษาอย่างเป็นทางการเค้าจะเรียกว่า “MAC Address” หรือบางคนอาจจะเรียกว่า “Hardware Address” หรือ “Physical Address” ก็ได้นะครับ ซึ่งในอุปรณ์ wireless จำพวก All-in-One, Wireless Router หรือ Wireless Access Point จะมีฟังก์ชั่นสำหรับตรวจสอบหมายเลข MAC Address ดังกล่าวว่า เพื่อที่จะอนุญาติให้เฉพาะหมายเลขที่เราต้องการ ใช้งานระบบเครือข่ายของเราได้ …. ฟังก์ชั่นนี้แหละครับที่เค้าเรียกว่า MAC Address Access Control ซึ่งถ้าเราเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้ เราก็จะสามารถสร้างความปลอดภัยได้เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดฟังก์ชั่น WPA/WEP Encryption ไงหละครับ
5. ปิดฟังก์ชั่นการกระจายสัญญาณค่า SSID (SSID Broadcast)
จำได้ใช่ไหมครับว่า SSID มันคือชื่อของเสาสัญญาณไร้สายนั่นเอง ซึ่งถ้าเราปิดฟังก์ชั่นการกระจายค่า SSID แล้วหละก็ เวลาที่ใครเค้าค้นหาเสาสัญญาณก็จะไม่เห็น SSID ของเรายังไงหละครับ และถ้าเวลาที่เราการเชื่อมต่อ ก็เพียงแต่ให้เรากรอกค่า SSID ที่เราได้เซ็ตอัพไว้เท่านั้นแหละครับ วิธีนี้ก็ถือเป็นวิธีที่ดีอีกหนึ่งวิธีครับ
6. ใช้ Static IP แทน Automatic IP ให้กับอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย
ระบบเครื่อข่ายทั่วไปโดยปกติแล้วจะใช้ระบบ automatic IP โดยมีตัว DHCP เป็นตัวจ่าย IP ไปให้กับเครื่องทุกเครื่องในระบบ แต่โชคร้ายที่ฟังก์ชั่นนี้จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้จู่โจมระบบของคุณไงครับ เพราะเพียงแค่เชื่อมต่อเข้ามาได้แล้วก็ได้รับ IP ไปง่ายๆ สบายอุราเลย ดังนั้น ถ้าเครื่องในระบบเครื่อข่ายไม่เยอะนัก การใช้ static IP ก็น่าจะทำให้ระบบมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับนะครับ
7. วางตัว Wireless Router หรือ Access Point ให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย
หลายคนอาจจะงงว่ามันเกี่ยวกันด้วยเหรอ? ลองฟังคำตอบดูนะครับ …
ในปัจจุบันนี้ระยะทางของสัญญาณไร้สายจะครอบคลุมได้ในระดับนึงใช่ไหมครับ ดังนั้นหากว่าเราวางตัวอุปรณ์ไว้ไกล้ๆ หน้าต่างหรือประตูบ้านแล้วหละก็ คนทั่วๆ ไปที่อยู่ตามท้องถนนหรืออยู่ข้างบ้านของคุณก็อาจจะค้นหาสัญญาณไร้สายของคุณเจอและพยายามทำการเชื่อมต่อเข้ามา แต่ถ้าเราเอาตัวอุปกรณ์กระจายสัญญาณไปวางไว้ในจุดกึ่งกลางของพื้นที่ที่เราต้องการ คนที่อยู่นอกบ้านเราอาจจะเห็นสัญญาณอ่อนๆ หรือแทบจะไม่มีสัญญาณเลยไงหละครับ นี่จึงเป็นอีกวิธีที่จะทำให้ระบบเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ Wireless Access Point สำหรับ Business Series นะครับ เค้าจะมีฟังก์ชั่น Adjust Power Transmition?ติดมาด้วยครับ ซึ่งเราสามารถเซ็ตได้เลยแหละว่าจะให้ปล่อยสัญญาณความแรงขนาดไหน เช่น?100%, 75%, 50% หรือ 25% เป็นต้น
8. ปิดระบบต่างๆ ถ้าไม่ได้ใช้นาน
แน่นอนที่สุดครับ ถ้าเราไม่ได้ใช้ก็ปิดมันซะ … แล้วใครจะมา hack ได้หละ ในเมื่อเราปิดมัน กั๊กๆๆ
9. สุดท้ายก็คือต้องทำตามทั้ง 8 ข้อที่บอกมาครับ
อาจจะไม่ต้องทั้งหมด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเราเอง ซึ่งก็แน่นอนแหละครับ เมื่อระบบความปลอดภัยมากขึ้น ความยุ่งยากต่างๆ ก็ต้องตามมาด้วย เป็นเรื่องปกติครับ ต้องเลือกเอา …
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552
โทษของน้ำอัดลม
-คุณแม่ยังสาวคนหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากไตวายทั้งสองข้าง เธอได้รับการรักษาที่รพ.เพอร์ทามิน่าเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยได้รับอนุญาตให้กินได้แค่น้ำ 1 แก้วในหนึ่งวันเท่านั้น หมอให้การรักษาเธอ แต่ดูเหมือนว่าจะสายไปเสียแล้ว เธอเล่าว่าเธอดื่มน้ำอัดลมตอนทานอาหารกลางวันทุกวัน แต่แม้ว่าเธอจะดื่มน้ำอัดลมเพียงวันละ 1 แก้ว มันก็สามารถทำลายอวัยวะภายในของเธอได้ ท้ายที่สุดเธอเสียชีวิตลงเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว โดยทิ้งบุตรชายวัย 1 ขวบไว้ น่าสงสาร!
น้ำอัดลมอันตราย!!! หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นเรื่องซึ่งน่าสนใจมาก สำหรับผู้ที่ชอบดื่ม ซึ่งคิดว่าคุณรู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำอัดลมดีแล้ว น้ำอัดลมสามารถ....
- ทำความสะอาดห้องน้ำโดยการรินลงในโถชักโครก ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วจึงกดชักโครก กรดซิติกในน้ำอัดลม จะขจัดคราบสกปรกได้อย่างดี
- ใช้กำจัดจุดสนิมบนกันชนรถโดยการขัดกันชนด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ ขยำเป็นชิ้นเล็กๆและจุ่มน้ำอัดลม
- ใช้ทำความสะอาดรอยกัดกร่อนบนสายแบตเตอรี่รถ โดยการรินให้ทั่วสายแบต ฟองที่เกิดขึ้นจะช่วยขจัดรอยดังกล่าวได้
- ช่วยทำให้รอยสนิมบนม้วนผ้าจางลง โดยการจุ่มผ้าในน้ำอัดลมประมาณ 2-3 นาที
- ช่วยอบแฮมที่ชื้นได้ โดยการเทน้ำอัดลม 1 กระป๋องลงในกระทะ ซึ่งตั้งไฟไว้แล้วใส่แฮมที่ห่อด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ลงไป แกะฟอยล์ออก 30 นาทีก่อนแฮมสุก และผสมแฮมกับน้ำอัดลมจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล
- ช่วยขจัดรอยฝังแน่นจากผ้าโดยการเทน้ำอัดลม 1 กระป๋องลงบนผ้าสกปรก เติมน้ำยาซักผ้าและซักตามปกติ จะช่วยทำให้คราบฝังแน่นจางลง และยังช่วยทำความสะอาดรอยน้ำ ซึ่งกระเด็นจากถนนบนกระจกรถได้อีกด้วย
แล้วเราก็ดื่มสิ่งนี้ลงไป!!! ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำอัดลม มีค่ากรดด่างเท่ากับ 3.4 โดยประมาณซึ่งค่าความเป็นกรดนี้สามารถกัดกร่อนฟันและกระดูกได้ ร่างกายคนเราจะหยุดสร้างกระดูก เมื่อเรามีอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นกระดูกจะกร่อนลงประมาณ 8-18% ในแต่ละปี โดยขึ้นอยู่กับความเป็นกรดของอาหารซึ่งบริโภคเข้าไป (ค่าความเป็นกรดไม่ได้ขึ้นกับรสชาติของอาหาร แต่ขึ้นกับค่าของธาตุโพแทสเซียม ,แคลเซียม ,แมกนีเซียม เช่นฟอสฟอรัส เป็นต้น) และจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ส่วนประกอบของแคลเซียมซึ่งมีศักยะภาพ ในการกัดกร่อนกระดูกจะไหลเวียน อยู่ในเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดใหญ่เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของตับ
น้ำอัดลมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด (ในแง่ของวิตามิน และแร่ธาตุ) แต่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง มีกรดสูงมาก และมีสารปรุงแต่งจำพวก วัตถุกันเสียและสีมากกว่า
บางคนชอบดื่มน้ำอัดลมเย็นๆหลังทานอาหารแต่ละมื้อ ลองเดาสิว่าคนเหล่านั้นได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ร่างกายของคนเราขณะย่อยอาหารจะมีอุณหภูมิ 37 องศา แต่น้ำอัดลมเย็นๆ ที่ดื่มเข้าไปมีอุณหภูมิต่ำกว่า 37 องศามาก และมีอุณหภูมิเกือบจะ 0 องศาในบางครั้ง กรณีเช่นนี้ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร ของร่างกายต่ำลง การย่อยอาหารทำได้ยากขึ้นและย่อยอาหารได้น้อยลง
ในความเป็นจริงแล้ว อาหารในร่างกายจะเสียและส่งแก๊สซึ่งมีกลิ่นเหม็นออกมา อาหารจะเน่าเปื่อย และทำให้เกิดสารพิษซึ่งจะถูกดูดซึมในลำไส้ และจะไหลเวียนในระบบเลือดไปทั่วร่างกาย สารพิษซึ่งแพร่ออกไปทั่วร่างกายนี้จะส่งผลให้เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดี ขึ้น
คิดให้ดีก่อนที่คุณจะดื่มน้ำอัดลม คุณเคยคิดเวลาคุณดื่มน้ำอัดลมหรือไม่ว่าคุณดื่มอะไรเข้าไปคุณกำลังกลืนสาร คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีใครในโลกจะแนะนำให้คุณดื่ม
สองเดือนต่อมา มีการแข่งขันในมหาวิทยาลัย เดลฮี ว่า "ใครดื่มน้ำอัดลมได้มากที่สุด" ผู้ชนะดื่มน้ำอัดลมเข้าไป 8 ขวด และเสียชีวิตทันทีเพราะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากเกินไป และมีก๊าซออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ หลังจากนั้น ผู้อำนวยการจึงสั่งห้ามขายน้ำอัดลมในห้องอาหารของมหาวิทยาลัยอีก
มีคนใส่ฟันซึ่งหลุดแล้วลงไปในขวดเป๊ปซี่ และมันถูกกัดกร่อนในเวลา 10 วัน ฟันและกระดูกเป็นอวัยวะในร่างกายเพียงอย่างเดียวซึ่งสามารถคงอยู่ได้อีกหลาย ปีหลังจากที่มนุษย์เสียชีวิตลง ลองคิดดูสิว่าน้ำอัดลมจะมีผลอย่างไรต่อลำไส้อ่อนๆ และกระเพาะอาหารของเรา
น้ำอัดลมอันตราย!!! หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นเรื่องซึ่งน่าสนใจมาก สำหรับผู้ที่ชอบดื่ม ซึ่งคิดว่าคุณรู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำอัดลมดีแล้ว น้ำอัดลมสามารถ....
- ทำความสะอาดห้องน้ำโดยการรินลงในโถชักโครก ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วจึงกดชักโครก กรดซิติกในน้ำอัดลม จะขจัดคราบสกปรกได้อย่างดี
- ใช้กำจัดจุดสนิมบนกันชนรถโดยการขัดกันชนด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ ขยำเป็นชิ้นเล็กๆและจุ่มน้ำอัดลม
- ใช้ทำความสะอาดรอยกัดกร่อนบนสายแบตเตอรี่รถ โดยการรินให้ทั่วสายแบต ฟองที่เกิดขึ้นจะช่วยขจัดรอยดังกล่าวได้
- ช่วยทำให้รอยสนิมบนม้วนผ้าจางลง โดยการจุ่มผ้าในน้ำอัดลมประมาณ 2-3 นาที
- ช่วยอบแฮมที่ชื้นได้ โดยการเทน้ำอัดลม 1 กระป๋องลงในกระทะ ซึ่งตั้งไฟไว้แล้วใส่แฮมที่ห่อด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ลงไป แกะฟอยล์ออก 30 นาทีก่อนแฮมสุก และผสมแฮมกับน้ำอัดลมจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล
- ช่วยขจัดรอยฝังแน่นจากผ้าโดยการเทน้ำอัดลม 1 กระป๋องลงบนผ้าสกปรก เติมน้ำยาซักผ้าและซักตามปกติ จะช่วยทำให้คราบฝังแน่นจางลง และยังช่วยทำความสะอาดรอยน้ำ ซึ่งกระเด็นจากถนนบนกระจกรถได้อีกด้วย
แล้วเราก็ดื่มสิ่งนี้ลงไป!!! ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำอัดลม มีค่ากรดด่างเท่ากับ 3.4 โดยประมาณซึ่งค่าความเป็นกรดนี้สามารถกัดกร่อนฟันและกระดูกได้ ร่างกายคนเราจะหยุดสร้างกระดูก เมื่อเรามีอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นกระดูกจะกร่อนลงประมาณ 8-18% ในแต่ละปี โดยขึ้นอยู่กับความเป็นกรดของอาหารซึ่งบริโภคเข้าไป (ค่าความเป็นกรดไม่ได้ขึ้นกับรสชาติของอาหาร แต่ขึ้นกับค่าของธาตุโพแทสเซียม ,แคลเซียม ,แมกนีเซียม เช่นฟอสฟอรัส เป็นต้น) และจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ส่วนประกอบของแคลเซียมซึ่งมีศักยะภาพ ในการกัดกร่อนกระดูกจะไหลเวียน อยู่ในเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดใหญ่เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของตับ
น้ำอัดลมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด (ในแง่ของวิตามิน และแร่ธาตุ) แต่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง มีกรดสูงมาก และมีสารปรุงแต่งจำพวก วัตถุกันเสียและสีมากกว่า
บางคนชอบดื่มน้ำอัดลมเย็นๆหลังทานอาหารแต่ละมื้อ ลองเดาสิว่าคนเหล่านั้นได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ร่างกายของคนเราขณะย่อยอาหารจะมีอุณหภูมิ 37 องศา แต่น้ำอัดลมเย็นๆ ที่ดื่มเข้าไปมีอุณหภูมิต่ำกว่า 37 องศามาก และมีอุณหภูมิเกือบจะ 0 องศาในบางครั้ง กรณีเช่นนี้ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร ของร่างกายต่ำลง การย่อยอาหารทำได้ยากขึ้นและย่อยอาหารได้น้อยลง
ในความเป็นจริงแล้ว อาหารในร่างกายจะเสียและส่งแก๊สซึ่งมีกลิ่นเหม็นออกมา อาหารจะเน่าเปื่อย และทำให้เกิดสารพิษซึ่งจะถูกดูดซึมในลำไส้ และจะไหลเวียนในระบบเลือดไปทั่วร่างกาย สารพิษซึ่งแพร่ออกไปทั่วร่างกายนี้จะส่งผลให้เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดี ขึ้น
คิดให้ดีก่อนที่คุณจะดื่มน้ำอัดลม คุณเคยคิดเวลาคุณดื่มน้ำอัดลมหรือไม่ว่าคุณดื่มอะไรเข้าไปคุณกำลังกลืนสาร คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีใครในโลกจะแนะนำให้คุณดื่ม
สองเดือนต่อมา มีการแข่งขันในมหาวิทยาลัย เดลฮี ว่า "ใครดื่มน้ำอัดลมได้มากที่สุด" ผู้ชนะดื่มน้ำอัดลมเข้าไป 8 ขวด และเสียชีวิตทันทีเพราะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากเกินไป และมีก๊าซออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ หลังจากนั้น ผู้อำนวยการจึงสั่งห้ามขายน้ำอัดลมในห้องอาหารของมหาวิทยาลัยอีก
มีคนใส่ฟันซึ่งหลุดแล้วลงไปในขวดเป๊ปซี่ และมันถูกกัดกร่อนในเวลา 10 วัน ฟันและกระดูกเป็นอวัยวะในร่างกายเพียงอย่างเดียวซึ่งสามารถคงอยู่ได้อีกหลาย ปีหลังจากที่มนุษย์เสียชีวิตลง ลองคิดดูสิว่าน้ำอัดลมจะมีผลอย่างไรต่อลำไส้อ่อนๆ และกระเพาะอาหารของเรา
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ลิปสติก
ลิปสติก คือ เครื่องสำอางที่ใช้แต่งริมฝีปาก มักเป็นสีแดงหรือสีชมพู ทำให้ริมฝีปากสวยงาม และปกปิดความบกพร่องของริมฝีปาก
ประเภทของลิปสติก
1. ลิปสติกแต่งสีริมฝีปาก แบ่งเป็น ลิปสติกชนิดสีติดทน ลิปสติกโปร่งใส ลิปสติกเหลว และลิปสติกครีม
2. ลิปกลอส (lip gloss) เป็นลิปสติกไม่มีสี หรือสีอ่อนมาก ใช้ป้องกันริมฝีปากแห้งแตก เพื่อให้เกิดความมัน นุ่มเนียน
ลักษณะลิปสติกที่ดี
1. ควรมีเนื้อเรียบ นุ่มนวล มีความชุ่มชื้น และความมันพอเหมาะ ไม่มีเหงื่อแตกร่วน หรือแข็งเป็นก้อน คงสภาพทั้งเมื่อเก็บไว้และขณะใช้ ทนต่อสภาวะต่างๆ ได้ดี
2. หลอมละลายได้ทันทีเมื่อสัมผัสกับริมฝีปาก
3. ไม่มีอันตรายต่อผิวหนังให้สีติดทน แต่สามารถล้างออกได้ง่ายเมื่อต้องการ กลิ่นดี
ลิปสติกให้ความแวววาวบนริมฝีปาก (Shine-on Lipstick)
พบว่ามีการใช้สาร PPG-3 benzyl ether mysistate กับส่วนผสมสารอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น (emollients) เป็น silicone ซึ่งเป็นโครงสร้างเหมือน ester และมีคุณสมบัติให้ความมันเป็นประกายแวววาวมีการใช้ร่วมกับ Castor oil, Di-PPG-3 myristyl ether adipate และ wax หลายๆ ชนิด สีที่นิยมใช้ได้แก่ D&C Red 7 Ca Lake, D&C Red 6 Ba Lake, Cosmetic Russet Iron Oxide, Titanium Dioxide, FD&C Yellow 5 Lake, Mica, Iron Oxides และ antioxidant ที่ใช้คือ Ascorbyl Palmitate
การระคายเคืองและการแพ้ลิปสติก
การแพ้เครื่องสำอางนั้นส่วนใหญ่เป็นไปเฉพาะแต่ละบุคคล ฉะนั้นบางคนอาจแพ้ แต่บางคนไม่แพ้ สำหรับลิปสติกพบว่ามี 1 ใน 5 ล้านคน ที่มีอาการแพ้ลิปสติกโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตามการใช้ลิปสติกทาบนริมฝีปากซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อน วันละหลายครั้ง และสัมผัสริมฝีปากเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายกว่าผิวหนังบริเวณอื่น สาเหตุของการแพ้ลิปสติกอาจมาจากสิ่งต่อไปนี้
1. น้ำหอมในลิปสติก อาจมีสารบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการแพ้
2. สีในลิปสติกอาจมีสารปนเปื้อน ทำให้แพ้ได้ และสีบางชนิดทำให้ริมฝีปากไวต่อแสงแดด
3. ลิปสติกที่มีไขมันและน้ำมันน้อย อาจทำให้ริมฝีปากแห้งแตกทำให้แพ้ง่าย
4. สารตัวเติมอื่นๆ บางตัวมีฤทธิ์เป็นตัวเร่งการแพ้
พอสรุปได้ว่าการแพ้ลิปสติกนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากสารปนเปื้อนในน้ำหอมและสี แต่แนวโน้มการแพ้ลิปสติกได้ลดลงมาเป็นลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ผลิตใช้วัตถุดิบที่บริสุทธิ์ขึ้น มีสารปนเปื้อนน้อยในการผลิตลิปสติก นอกจากนี้การทาลิปสติกโดยใช้นิ้วมือ อาจทำให้เกิดติดเชื้อที่ริมฝีปากได้
อาการแพ้เนื่องจากลิปสติก
ผู้ใช้ลิปสติก ที่มีอาการแพ้ลิปสติก จะมีอาการแตกต่างกันแล้วแต่ว่าผู้นั้นแพ้มากหรือแพ้น้อย หากแพ้น้อยอาจจะมีอาการเพียงริมฝีปากแห้งคัน แต่หากแพ้มากอาจเกิดอาการริมฝีปากอักเสบ บวมหรือหายใจไม่ออก เมื่อมีอาการแพ้ต้องหยุดใช้ลิปสติกแท่งนั้นทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้ลิปสติกชนิดอื่นแทน เช่น ใช้ลิปสติกชนิดที่ไม่มีน้ำหอม
ใต้ทะเล 20,000 โยชน์
โลกใต้ทะเลที่ลึกกว่า 800 เมตรนั้น จะมืดสนิทและเงียบมาก เพราะแสงสว่างไม่สามารถส่องลงไปถึงได้ อุณหภูมิของน้ำจะเย็นจัด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ญี่ปุ่นได้ปล่อยยานดำน้ำ Shinkar 6500 ซึ่งสามารถดำได้ลึกถึง 6,500 เมตร โครงเรือทำด้วยโลหะไททาเนียม มันสามารถดำเก็บสารที่มีอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรและศึกษาชีวิตใต้ท้องทะเลลึกได้ที่ท้องทะเลลึกบางแห่งมีภูเขาไฟที่กำลังระเบิด ลาวาร้อนได้ไหลพุ่งออกมาจากปล่องซึ่งอุณหภูมิสูงถึง 350 องศาเซลเซียส ที่น่าประหลาดคือที่นี่ได้พบสัตว์ต่างๆ มากมายบริเวณรอบภูเขาไฟ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ที่อยู่บนบกอย่างสิ้นเชิง เช่น พบหนอนทะเล-ยาว 3 เมตร แมงมุมทะเลขนาดใหญ่ 2 เมตร เป็นต้นในทะเลที่มืดสนิท ตาธรรมดาของสัตว์จะไร้ความหมาย เพราะไม่มีแสงที่ช่วยในการมองเห็น ซึ่งได้มีการพบกุ้งขนาดเล็กที่ดำรงชีวิตอยู่ได้รอบๆบริเวณปล่องภูเขาไฟ โดยไม่เป็นอันตรายใดๆ มีชื่อว่ากุ้ง Rimicarus exoculate มีตาที่ไม่เหมือนตากุ้งธรรมดาคือตากุ้งทะเลลึกไม่มีเลนส์ มีแต่เรตินา ซึ่งเป็นจอรับภาพตารับรังสีความร้อนจากลาวาทำให้กุ้งมองเห็นภูเขาไฟใต้ทะเลได้ ในขณะที่ตามนุษย์จะมองภูเขาไฟไม่เห็นเลย ซึ่งกุ้งเหล่านี้จะกินบัคเตรีในน้ำ กินสารเคมีต่างๆ
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ขนมของ"คนรักกัน"
คุณทิ หรือพ่อกะทิ ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่อยู่ตัวคนเดียวพูดจริงทำจริง ขยันขันแข็งเอางานเอาการเสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอยทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูคุณทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่งเพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวยที่ดันมาหลงรักคุณทิด้วยเช่นกันแม่แป้งลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้านนางเจอกับคุณทิในวันลอยกระทง ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใดทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไปแล้วคุณทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้งซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6นายพร้อมอาวุธครบมือ คุณทิไม่ว่ากระไรได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวันด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของคุณทิด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงาน ให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอกคุณทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธีซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าคุณทิต้องกระทำแบบนี้จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้ แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้ายก็แอบหนีหมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่าคืนนั้นเป็นคืนเดือนแรมแม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าคุณทิคุณทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหาแม่แป้งเห็นคุณทิรีบวิ่งมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาคุณทิทันทีอารามตกใจ คุณทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลืออารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบเพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงคุณทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น รุ่งเช้าผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผลภาพเบื้องล่างพบคุณทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่าอย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลยสถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี ทุกแรมหกค่ำเดือนหกชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของคุณทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืดเข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้งและกะทิบรรจงแคะจากพิมพ์แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นสัญลักษณ์ว่าจะได้อยู่ร่วมกันตลอดไปขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

